บวก-ลบ-บวก คืออะไร ใช้อย่างไร
บวก-ลบ-บวก เป็นคำพูดติดหูใครหลายๆ คน ที่มักผุดขึ้นมาในความคิดเมื่อต้องแก้อสมการ แต่ก็มีหลายคนที่ยังไม่รู้ว่าจริงแล้วเทคนิคนี้ใช้อย่างไร และใช้ผิดพลาดไปบ่อยครั้ง เรามาดูวิธีการใช้ที่ถูกต้องกันดีกว่า
ตัวอย่างอสมการง่ายๆ อย่าง
x2−8x+15≤0
วิธีแก้อสมการไม่ได้ยากอะไร แค่แยกตัวประกอบเป็น
(x−3)(x−5)≤0
แล้วนำ x=3 กับ x=5 ไปใส่ในเส้นจำนวน ได้เป็น
ใช้จุดทึบเพราะเครื่องหมายมีขีดเท่ากับ
พอถึงขั้นนี้ คำว่า บวก-ลบ-บวก จะดังขึ้นในหัวอย่างอัตโนมัติ ว่าแต่ มันคืออะไร
บวก-ลบ-บวก ที่ว่าก็คือแบบนี้ไง
อสมการในข้อนี้เป็นเครื่องหมาย ≤0 เราจึงเลือก "ลบ" ได้คำตอบเป็น
คำตอบของอสมการคือ x∈[3,5]
พหุนามดีกรีมากกว่า 2 ก็ใช้ได้
ถ้าเทคนิค บวก-ลบ-บวก ใช้ได้แค่นี้ก็คงจะดูไม่มีประโยชน์อะไรมากนัก อันที่จริงกับอสมการพหุนามดีกรีมากกว่า 2 ก็ใช้ได้ เช่นอสมการ
x3−2x2−x+2<0
เราแยกตัวประกอบพหุนามได้เป็น
(x+1)(x−1)(x−2)<0
ก็นำ x=−1,x=1 และ x=2 ไปใส่ในเส้นจำนวนตามปกติ
ใช้จุดโปร่งเพราะเครื่องหมายไม่มีขีดเท่ากับ
คราวนี้มี 4 ช่อง จะ บวก-ลบ-บวก ก็คงไม่ครบ แต่รู้ไหมว่าที่จริงแล้วเทคนิคนี้คือ
การใส่ บวก-ลบ-บวก-ลบ-บวก-... สลับกันไปเรื่อยๆ จนครบช่อง โดยเริ่มจากทางขวาสุด
เราจึงได้เส้นจำนวน
ในทำนองเดียวกัน อสมการมีเครื่องหมาย <0 จึงเลือกช่วงลบ ได้คำตอบเป็น
คำตอบของอสมการคือ x∈(−∞,−1)∪(1,2)
เงื่อนไขของการใช้ บวก-ลบ-บวก
สิ่งที่ต้องระวังในการใช้เทคนิคนี้คือ เมื่อแยกตัวประกอบแล้ว สัมประสิทธิ์หน้า x ในทุกๆ วงเล็บ จะต้องเป็นบวก หารมีสัมประสิทธิ์ที่เป็นลบมา ตอนใส่เครื่องหมายในเส้นจำนวนจะต้องเริ่มด้วยลบ เป็น ลบ-บวก-ลบ-บวก-... ไปเรื่อยๆ เช่น
(x+1)(1−x)(x−2)>0
เรายังคงใส่ x=−1,x=1 และ x=2 ลงในเส้นจำนวนเหมือนเดิม แต่สังเกตว่าในวงเล็บกลาง (1−x) สัมประสิทธิ์หน้า x คือ −1 เราจึงต้องเริ่มด้วยเครื่องหมายลบ ดังนี้
แล้วเครื่องหมายของอสมการคือ >0 เราจึงเลือกช่วงบวก กลายเป็น
หากเรายังใช้เครื่องหมายเป็น บวก-ลบ-บวก-... จะได้คำตอบที่ผิด
บวก-ลบ-บวก อย่างไรให้ไม่นก
การสังเกตสัมประสิทธิ์หน้า x ก่อนใส่เครื่องหมาย อาจไม่ใช่เรื่องยาก แต่หากมีวงเล็บหลายๆ วงเล็บ และมีสัมประสิทธิ์ที่ติดลบหลายตัว อาจทำให้เราสับสนได้
วิธีการที่ง่ายที่สุดเพื่อป้องกันการพลาดคือ ทำสัมประสิทธิ์ให้เป็นบวกเสียก่อน แล้วค่อยใช้ บวก-ลบ-บวก-... เหมือนเดิม
เช่นอสมการจากขั้นที่แล้ว
(x+1)(1−x)(x−2)>0
เราคูณด้วย −1 ทั้งสองข้าง (อย่าลืมกลับเครื่องหมาย) แล้วกระจาย −1 เข้าในวงเล็บกลางซะ
(−1)(x+1)(1−x)(x−2)<(−1)0(x+1)(−1+x)(x−2)<0(x+1)(x−1)(x−2)<0
แค่นี้ก็สามารถใช้ บวก-ลบ-บวก-... ได้เหมือนเดิมแล้ว
และไม่ว่าจะมีสัมประสิทธิ์ติดลบกี่ตัว ก็แค่คูณด้วย −1 ตามจำนวนเข้าไปก็เรียบร้อย สบายๆ ไม่นก!!!